วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2560


 
 
EAED1103การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
..บันทึกครั้งที่ 10..
 ในสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ทำอาหารสำหรับเด็กปฐมวัยค่ะ และเซก 2 ก็เป็นเซกแรกที่ได้ทำอาหารในตอนเช้า ฉันและเพื่อนๆก็ต่างช่วยกันขนของมาและจัดเตรียมของกัน เพื่อที่จะทำอาหาร
 
 

..เมนูของกลุ่มดิฉัน..
1. ข้าวผัดอเมริกัน 
2. น้ำซุปซี่โครงไก่
       3.วุ้นปี้โป้ แมงลัก น้ำแดง
4.แตงโม
 
 

 
เมนูของหวาน หนูมีหน้าทีทำวุ้นค่ะ วิธีทำก็ดูเหมือนจะง่ายนะคะ แต่บอกเลยว่าทำครั้งแรกค่ะจะกินได้มั้ยก็ไม่รู้ค่ะ แต่ตั้งใจทำสุดๆ 555
ส่วนผมของวุ้นนะคะ ก็มี  -ผงวุ้นแบบซอง
                -น้ำ
                                       -น้ำหวานเฮลรูบอยสีแดง
                          -ปีโป้หลากสี
                        -เม็ดแมงลัก
 
 

 
เมนูของคาว  ต่อมาก็เป็นข้าวผัดอเมริกันค่ะ อันนี้หนูไม่ได้ช่วยผัด แต่ช่วยชิม และจัดจานเองเลยค่ะ
ส่วนผสม - ข้าว
              - แครอต
                     - ต้นหอม ผักชี
            - ไข่ไก่
                 - มะเขือเทศ
                    - หอมหัวใหญ่
               - แตงกวา
                   - ผักกาดหอม
              - มะนาว
 

 
                                           นี่ก็คือหน้าตาข้าวผัดอเมริกันสำหรับเด็กๆค่ะ หน้าตาน่ากินใช่มั้ยคะ รสชาติก็อร่อยค่ะ
 
 


 
นี่คือเมนูของแต่ละกลุ่มค่ะ แต่ของ อ.บาส อร่อยๆมากๆค่ะชอบต้มจืดมากๆค่ะ
สรุป ผลงานการทำอาหารของทุกกลุ่มออกมาดูดีมากๆค่ะและแต่ละอย่างก็มีรสชาติอร่อยดีค่ะ 
เมนูที่ชอบ ก็มี  -ต้มจืดของ อ.บาส
                 -แซนวิสแฮม
                 - น้ำซุปไก่ ข้าวผัด
                 -วุ้นฟุตสลัด
                 -แตงโม
วันนี้ได้ทำอาหารสนุกมาค่ะ
 
 
..ประเมินผล..
 
ประเมินเพื่อน :  เพื่อนมีความพร้อมในการทำกิจกรรมวันนี้มากและสนุกสนานกันมาก ดูทุกคนมีความสุข และก็ทำอาหารได้หน้ากินและอร่อยด้วย
 
ประเมินตนเอง :  มีความพยายามสูงในการทำอาหาร ค่ะ สนุกกับการชิมอาหารของกลุ่มตัวเองและของเพื่อนมาก ได้ประสบการณ์ดีๆในการทำกิจกรรมครั้งนี้ค่ะ
 
ประเมินอาจารย์ :  วันนี้ได้เห็น อ.บาส ในลุคพ่อครัวน่ารัก 55 ซึ่งไม่เคยเห็นค่ะ แต่ อ.บาสเก่งมากค่ะ ทำอาหารคนเดียวได้เสร็จก่อนเด็กๆอีกนะคะและก็อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ
                                   
 
                                 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

EAED1103การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
..บันทึกครั้งที่ 9..
 
เพื่อนๆออกมารายงานบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ทั้งหมด 5 คน
 
 
 
เรื่องที่ 1
กิจกรรมพัฒนาการฟังสำหรับเด็กปฐมวัย

      
เด็กเริ่มเรียนรู้ภาษาจากการฟังแล้วเลียนแบบเสียง  เลียนแบบการใช้คำ  ซึ่งนำไปสู่การพูด การฟังเบื้องต้นของเด็กในโรงเรียนเป็นการฟัง คำพูด ฟังเสียงดนตรี ฟังเสียงธรรมชาติและฟังเรื่องราวโดยเฉพาะนิทาน แล้วฝึกการถ่ายทอดด้วยการบอก การถาม การสนทนา และการเล่าเรื่อง ซึ่งการฟังนอกจากจะช่วยให้เด็กพัฒนาแล้วยังสร้างความเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วยลักษณะของการฟังอาจเป็นการฟังจับเรื่อง  การฟังอย่างซาบซึ่ง การฟังเพื่อการวิเคราะห์ หรือการฟังเพื่อรู้และเข้าใจ
      
การฟังของเด็กเป็นการรับรู้เรื่องราวด้วยประสาทสัมผัสทางหูที่เด็กสะสมและนำไปสร้างเสริมพัฒนาการทางภาษามากกว่าการใช้เพื่อพัฒนาปัญญา เด็กจะเก็บคำพูด จังหวะ เรื่องราว จากสิ่งที่ฟังมาสานต่อเป็นคำศัพท์ เป็นประโยคที่จะถ่ายทอดไปสู่การพูด ถ้าเรื่องราวที่เด็กได้ฟังมีความชัดเจน ง่ายต่อการเข้าใจ เด็กจะได้คำศัพท์และมีความสามารถมากขึ้น พัฒนาการด้านการฟังของเด็กตามวัยเป็นดังนี้
      
อายุ 2 ขวบ ชอบฟังคำพูดสั้นๆ จูงใจ  ฟังเรื่องสั้นๆ และเพลงกล่อมเด็กวัยนี้ชอบคำซ้ำและเลียนแบบเสียง
      
อายุ 3 ขวบ ชอบฟังเสียงต่างๆ เช่น เสียงสัตว์  ยานพาหนะ  เครื่องใช้ในครัวเรือน ชอบฟังนิทาน ฟังได้นานและฟังอย่างตั้งใจ สามารถเข้าใจภาษาพูดง่ายๆของผู้ใหญ่ ทั้งคำถามและปฏิเสธ ชอบทดลองทำเสียงเหมือน เช่น เสียงรถยนต์  รถไฟ
      
อายุ 4 ขวบ  ฟังเรื่องได้นานขึ้น เริ่มตีความหมายเรื่องที่ฟัง เช่น ถามคำถามหรือต่อเรื่องได้ วัยนี้สามารถปฏิบัติตามคำสั่งง่ายๆได้ ชอบฟังเรื่องซ้ำๆและสามารถจำแนกความแตกต่างของเสียงได้
      
อายุ 5 ขวบ  ชอบฟังนิทาน เพลง เล่นภาษา เช่น คำคล้องจอง สามารถเข้าใจคำพูดข้อความยาวๆได้ ความเข้าใจทำให้เด็กวัยนี้พูดเก่งและจำแม่น
      
อายุ 6 ขวบ ฟังเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ต่างๆรอบตัวได้ และเข้าใจ ถ้าไม่ซับซ้อนเกินไป
      
กิจกรรมการฟัง ที่ครูควรจัดได้แก่ การฟังนิทาน ฟังคำสั่ง ฟังการจำแนกเสียงลักษณะของการจัดกิจกรรมอาจนำไปสอดแทรกในกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆหรือจัดแยกเป็นกิจกรรมอิสระก็ได้
เรื่องที่ 2อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน
 
มักเกิดกับครอบครัวที่
- พ่อแม่ที่แก้ปัญหาไม่เป็น
- พ่อแม่ชื่นชมลูกไม่เป็น
- พ่อแม่ตามใจลูกเกินไปถนอมเกินไป
 
เรื่องที่ 3 มารยาทงดงาม
 
 
-แม่ไม่ควรเคร่งครัดเรื่องมารยาทลูกเกินไปควรค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับอายุ
-เด็กวัย 3-4 ปี ลูกบ้ายออยากให้พ่อแม่ชม
-4-6ปีควรเสริมแรงทางบวกเรื่องมารยาท
-ค่อยๆสอนเด็กไปตามวัย การเล่น การกิน การแบ่งของให้กัน
- การไหว้เป็นสิ่งที่สำคัญ สอนให้เด็กกล่าวคำสวัสดี และ ขอบคุณ
 
เรื่องที่ 4 ควรให้เด็กนอนกลางคือนานเท่าไหร่
 
-ไม่ควรยัดนมให้ลูกกินเพราะจะทำให้เสียสมดุลเมื่อโตขึ้น
 
เรื่องที่ 5 การดูแลเด็กปฐมวัยให้ปลอดภัย
 
-ควรดูแลความปลอดภัยของเด็กและสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ห้ามวางสิ่งของ หรือเศษขยะ เศษวัสดุที่อันตรายกับเด็ก เพราะจะทำให้เด็กหยิบกินได้
-ระวังการพลัดตกหกล้ม
-การนอนของเด็กไม่ควรคว่ำบนหมอนเพราะอาจเกิดการกดทับ ควรใช้หมอนบางใบเล็ก
-การเขย่าตัวเด็ก
-สารพิษ เกิดจากเด็กที่ซนและเอาเข้าปาก
 
 
 
 
 
 
 
 
..ประเมินผล..
 
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆมีความตั้งใจเรียนและบางคนก็ไม่ค่อยสนใจเรียน เล่นโทรศัพท์ บางคนก็ตั้งใจจดบันทึก
ประเมินตนเอง : ตั้งใจฟังเพื่อนพูด และก็จดบันทึกบทความของแต่ละคน
ประเมินอาจารย์ : อ. ก็พูดในเนื้อหาที่เรียนและชี้แจง วันทำอาหารและ กิจกรรมเป็นยังไง
 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560

 
 
EAED1103การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
..บันทึกครั้งที่ 8..

 
วันนี้ 27 มี.ค.2560 อ.บาสได้สอนเรื่อง การพัฒนาด้านต่างๆข้องเด็กปฐมวัย
 

 
เพื่อนๆออกมานำเสนอบทความ
 
 
บทความที่ 1 ฝึกลูกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
6 ประการ  - พ่อแม่สำรวจเตรียมตัวเองในการเป็นต้นแบบ
             - ฝึกให้ลูกคิด
             - หมั่นตั้งคำถามบ่อยๆ
             - สอนให้ควบคุมตัวเอง
             - ฝึกให้คิดวิเคราะห์
             - สอนให้มุ่งมั่น
บทความที่ 2 พฤติกรรมของเด็กวัย 3-5 ปี
- ชอบตั้งคำถาม
- ช่างคิดช่างสงสัย
- ทำกิจวัตรประจำวันต่างๆด้วยตัวเอง
- บอกความแตกต่างระหว่างเพศได้
นักจิตวิทยากล่าวว่า : เด็กวัยนี้เรียนรู้พฤติกรรมจากสังคมรอบข้าง และชอบเล่น ไม่ควรใช้วิธีดุ หรือรุนแรงกับเด็ก ไม่ควรให้เด็ฏเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพราะเด็กจะเลียนแบบได้
บทความที่ 3 เลี้ยงลูกอย่างไรให้คิดเป็น
- เปิดโอกาสให้ลูกคิดเป็นและตัดสินใจเองบ้าง
-ไม่ควรช่วยลูกทุกอย่าง
- ส่งเสริมให้ลูกมีความรับผิดชอบ
- ส่งเสริมให้ลูกมีความอยากรู้อยากเห็น
บทความที่ 4 คาดหมายให้สูงและเป็นบวก
- เด็กที่มีพรสวรรค์ พบว่า ครู ไม่ควรคาดหวังอะไรมากแค่ส่งเสริมให้เขาคิดบวก ให้กำลังใจ เพิ่มความมั่นใจ
-พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นอะไรไม่ควรตั้งเป้าให้ลูกสูงเกินไป เพราะเขาจะกดดันและเกิดความผิดหวังในอนาคตหากทำไม่ได้
เด็กควรจะเลือกเองตามความสนใจ
 
 
สอนเสร็จ อ. บาสก็มีงานกลุ่มให้ทำ โดยให้จับกลุ่มแสดงบทบาทสมมติ ตามชีสเรื่องการพัฒนาที่หยิบได้ มี 4 เรื่องด้วยกันคือ
1. การพัฒนาจริยธรรมให้กับเด็กปฐมวัย
2.การจัดประสบการณ์เพื่อการพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานเด็กปฐมวัย
3.การประหยัด
4.การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเด็กปฐมวัย เริ่มต้นที่หัวใจ 
 
กลุ่มของดิฉันก็ได้แสดงเรื่องการพัฒนาจริยธรรมให้กับเด็กปฐมวัย
 
เรื่องมีอยู่ว่ามีครอบครัว 2 ครอบครัวที่มีพื้นฐานการเลี้ยงลูกที่แตกต่างกัน ฝ่ายนึง ดี คิดดี ทำดี พูดดี ปลูกฝังให้ลูกมีจริยธรรมการใช้ชีวิตที่ดี
ส่วนอีกครอบครัวไม่ได้สอนให้ลูกมีจริยธรรมที่ดีเลย เลี้ยงลูกแบบตามใจ
สิ่งที่ดีที่สอนในละครเรื่องนี้ - การพูดดี -การมีมารยาทในสังคม -สอนการแต่งกาย -การเข้าวัดทำบุญสืบสานตามจารีตประเพณี
 
 
 
 
 
..ประเมินผล..
 
ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆแสดงได้ดีในแต่ละกลุ่มและมีความตลกเฮฮา เข้าใจโจทย์ บางกลุ่มก็อาจจะตีโจทย์ผิดไปบ้างแต่ก็ดูแล้วสนุกดีได้ข้อคิด
 
ประเมินตนเอง : ไม่ค่อบชอบแสดงละครเท่าไหร่ รู้สึกขัดกับบุคลิกตัวเองแต่ก็หวังว่าอยากจะกล้าแสดงออกมากกว่านี้ แต่วันนี้ก็ทำได้ดีที่สุดแล้ว
 
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ก็ฟังและสรุปให้ฟังตามกลุ่ม แต่ก็แนะนำในสิ่งที่ดีและชอบให้เรียนแบบมีงานทำในคาบมีงานใหม่มาเรื่อยๆแต่ก็รู้สึกดีที่ไม่เรียนเยอะจนเกินไป ยังมีงานให้ทำบ้างในคาบ